วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ทำไมต้องเรียนประวัติศาสตร์



ในวันท้องฟ้าแจ่มใสวันหนึ่งเด็กหญิงอั้ม พัชราภาได้เข้าไปหาครูจูดี้ ด้วยอาการรีบร้อน


เด็กหญิงอั้ม พัชราภา: ครูจูดี้ขา.......ทำไมเราต้องเรียนประวัติศาสตร์อ่ะค่ะ ไม่เรียน ได้มั้ย
เรียนทำไม แหวะ น่าเบื่อ

ครูจูดี้: ก็ไม่ต้องเรียนสิ ไปกินข้าวซะ
เด็กหญิงอั้ม พัชราภา: อ้าว ไหงครูพูดงี้อ่ะ
ครูจูดี้: เพราะครูดูอนาคตของเธอแล้วก็พบว่าเธอคงเรียนไม่รอด แล้วก็คงตกงาน สุดท้ายเลยต้อง
ไปบวชเป็นแม่ชี ชัวร์!

เด็กหญิงอั้ม พัชราภา: ครูอ่ะ ครูมาว่าหนูทำไม แล้วครูรู้ได้ยังไงว่าหนูจะเรียนไม่รอด
ครูจูดี้: เพราะครูดูจากอดีตยังไงล่ะ ถ้านักเรียนยังขี้เกียจเรียนหนังสือในระดับมัธยม สุดท้ายก็จะเรียนไม่รอดหรอก ถึงแม้ว่าจะจบไปได้ ก็เรียนปริญญาตรีไม่รอดอยู่ดี ดังเช่นเรื่องของ ม้าเจ๊ก อยากฟังมั้ยจ๊ะ
เด็กหญิงอั้ม พัชราภา: จัดมาเลยค่ะ คุงคู
ครูจูดี้: ม้าเจ๊กนั้น เป็นแม่ทัพของขงเบ้ง ตอนนั้นขงเบ้งจะต้องรักษาพื้นที่การทำสงครามแห่งนี้เอาไว้ให้ได้ จึงถามม้าเจ๊กว่า “ม้าเจ๊ก ท่านจะสามารถรักษาพื้นที่นี้เอาไว้ได้มั้ย”
ม้าเจ๊ก ตอบว่า “หากข้าพเจ้ารักษาพื้นที่เอาไว้ไม่ได้ เชิญท่านเอาหัวข้าไปได้เลย”



ขงเบ้งจึงให้ม้าเจ๊กทำหน้าที่แห่งนี้ แต่อนิจจา ม้าเจ๊กนั้นเป็นแม่ทัพขี้เกียจที่มีความรู้เพียงน้อยนิดเท่านั้น นอกนั้นเป็นความรู้จากการจำมาทั้งนั้น ไม่สามารถนำความรู้จากตำรามาประยุกต์ใช้เข้ากับสถานการณ์จริงได้ ด้วยเหตุการณ์นี้ขงเบ้งจึงต้องจำใจประหารชีวิตแม่ทัพหนุ่ม หรือก็คือลูกศิษย์ที่เขารักเหมือนลูกนั่นเอง
เป็นไงล่ะ พอจะรู้รึยังว่าประวัติศาสตร์ให้อะไรแก่เราบ้าง
เด็กหญิงอั้ม พัชราภา:ค่ะ ประวัติศาสตร์นั้นได้บอกปัญหา และวิธีแก้ปัญหานั้นเอาไว้แล้ว ดังเช่นกรณีของม้าเจ๊ก ถ้าเกียจอ่านหนังสือ แล้วหลงทระนงว่าตัวเองเก่งแล้ว ก็จะพบจุดจบอันน่าเศร้า
ครูจูดี้: ใช่แล้วจ๊ะ เราเรียนประวัติศาสตร์ เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์นั้น มาเกิดซ้ำรอยอีก
เด็กหญิงอั้ม พัชราภา: หนูเข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุงค่ะ คุงคู
ครูจูดี้: ชิวชิวจ๊ะ